ใช้ยาปฎิชีวนะอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผล

ยาปฏิชีวนะ (antibiotics) เป็นยารักษาโรคติดเชื้อจากแบคทีเรีย  หรือรักษาอาการอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย  บ่อยครั้งที่ยาปฏิชีวนะมักถูกเรียกว่า  “ยาแก้อักเสบ” ซึ่งเป็นการสื่อความหมายที่ไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า  เมื่ออวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเกิดการอักเสบขึ้นก็ต้องกินยาแก้อักเสบ  ซึ่งส่วนใหญ่คิดว่าเป็นยาปฏิชีวนะ โดยแท้จริงแล้วยาปฎิชีวนะทำลายเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการอักเสบ  แต่ไม่ได้มีผลในการแก้อักเสบทุกชนิด

ฉลาดใช้…..ยาปฎิชีวนะ

แนวทางการใช้ยาปฎิชีวนะให้ถูกต้อง ได้ผลในการรักษา ปลอดภัย และเป็นประโยชน์สูงสุดในการใช้ยา มีดังนี้

  1. กินยาปฎิชีวนะให้ตรงเวลา  และกินอย่างต่อเนื่องให้หมดทุกครั้งตามจำนวนที่ได้รับ  เพราะถ้ากินยาไม่ต่อเนื่องจนครบกำหนด  ระดับยาในเลือดจะไม่สูงพอที่จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ตลอดเวลา  อาจมีเชื้อบางส่วนเหลือรอดอยู่และสามารถเจริญเพิ่มขึ้นมาใหม่ทำให้โรคไม่หายและเชื้อยังอาจจะกลายพันธุ์เป็นเชื้อที่ดื้อยา  ทำให้ใช้ยาปฎิชีวนะตัวเดิมนั้นไม่ได้ผลอีกต่อไป
  2. ในการใช้ยาปฎิชีวนะ  มักพบอาการแพ้ยาได้บ่อย  ดังนั้น  เมื่อสงสัยว่าแพ้ยา  ให้รีบปรึษาเภสัชกรหรือแพทย์  และนำยาที่ใช้ขณะนั้นทั้งหมดไปด้วย  เพื่อตรวจดูว่าเกิดอาการแพ้จากยาตัวใด  เมื่อทราบว่าแพ้ยาตัวใดแล้ว  จะต้องจดจำไว้เพื่อหลีกเลี่ยงยาดังกล่าวในการรักษาครั้งต่อไป  โดยบอกแพทย์ผู้รักษา หรือเภสัชกรผู้จ่ายยาทุกครั้ง
  3. ไม่ควรซื้อยาปฎิชีวนะเก็บไว้เป็นจำนวนมากๆ เนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรียนั้น  ต้องใช้ยาให้เหมาะกับเชื้อต้นเหตุ ซึ่งในแต่ละครั้ง ชนิดของเชื้อแบคทีเรียอาจแตกต่างกันไป  จึงควรพบแพทย์หรือปรึกษาเภสัชกรทุกครั้งที่สงสัยว่าเป็นโรคติดเชื้อ  เนื่องจากอาจจะเป็นการติดเชื้อคนละชนิดกัน
  4. สังเกตสภาพยาและวันหมดอายุทุกครั้งที่ใช้ยา  ไม่ควรใช้ยาปฎิชีวนะที่สงสัยว่าเสื่อมสภาพหรือหมดอายุแล้ว  โดยยาเม็ดหรือแคปซูลที่เสื่อมสภาพแล้วสามารถสังเกตได้จาก  เม็ดยาจะชื้น  สีซีดจางหรือแตกร้าว  ถ้าเป็นยาชนิดผงแห้งที่ต้องละลายน้ำก่อนใช้  ควรเก็บยาที่ละลายแล้วไว้ในตู้เย็นและใช้ให้หมดภายในเวลาที่กำหนด  โดยระยะเวลาในการเก็บรักษา  ขึ้นกับยาแต่ละชนิด  เนื่องจากยานี้มักคงตัวอยู่ไม่นาน  ซึ่งสามารถสอบถามได้จากเภสัชกรผู้จ่ายยา
  5. ยาปฎิชีวนะบางอย่างมีข้อควรระวังพิเศษในการใช้  เช่น  ต้องกินก่อนอาหาร  1/2-1 ชั่วโมง   ห้ามกินยาพร้อมนม หรืยาลดกรด  และยาปฎิชีวนะอาจมีปฎิกิริยากับยาอื่น  แล้วอาจทำให้เกิดอันตรายรุนแรงได้  รวมถึงยาอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงต่างๆ  เช่น  คลื่นไส้  อาเจียน  เป็นต้น  จึงควรปรึกษาเภสัชกรเพื่อรับทราบข้อมูลเหล่านี้

การใช้ยาปฎิชีวนะ  จะต้องใช้ยาให้ได้ผลในการรักษาและมีความปลอดภัยในการใช้ยาด้วย  ถ้าใช้ยาปฎิชีวนะในการรักษาโรคติดเชื้อจากแบคทีเรียได้อย่างถูกต้องกับเชื้อจะทำให้หายจากการติดเชื้อนั้น  ถือว่าเป็นการใช้ยาที่คุ้มค่า  แต่ถ้าเราใช้ยาปฎิชีวนะไม่ถูกต้อง  ไม่ตรงกับเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค  หรือใช้ยาปฎิชีวนะอย่างไม่จำเป็น  เช่น ในโรคติดเชื้อไวรัส  นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์ในการรักษาแล้ว  อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการแพ้ยาหรือเป็นอันตรายจากการใช้ยาและทำให้เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

จาก: เอกสารจากสภาเภสัชกรรม(Pharmacy Week 2009)

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: